บ้านโจรก
วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553
<object width="407.6" height="335" data="http://video.mthai.com/Flash_player/flowplayer/flowplayer-3.1.5.swf" type="application/x-shockwave-flash" ><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="movie" value="http://video.mthai.com/Flash_player/flowplayer/flowplayer-3.1.5.swf" /><param name="flashvars" value="config=http://video.mthai.com/get_config.php?id=1283039071" /> </object><br><font size=1><a href="http://video.mthai.com/player.php?id=23M1283039071M0">โหด เลว ดี (ภาค3) 2/5</a> - <a href="http://video.mthai.com/">ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่</a></font><br>
บ้านโจรก ตั้งอยู่ หมู่2 ตำบลด่าน อำเภอ กาบเชิง จ.สุรินทร์
ข้อมูลพื้นฐานชุมชน
บ้านโจรก ม.2 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายเขมร ภูมิถิ่นสุรินทร์ นับถือศาสนาพุทธ มีวัดพุทธประจำหมู่บ้าน มีศาลาประชาคม และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน มีโรงเรียนขยายโอกาสสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ที่ตั้งและอาณาเขต
บ้านโจรกตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอกาบเชิงทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร และห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ประมาณ 8 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ ติดบ้านแสงทอง ต.บ้านจารย์ อ.สังขะ
ทิศใต้ ติดบ้านสนวน ม.3 ต.ด่าน อ.กาบเชิง
ทิศตะวันออก ติดบ้านห้วยสิงห์ ต.ตาตุม อ.สังขะ
ทิศตะวันตก ติดบ้านห้วยปาง ม.13 ต.ด่าน อ.กาบเชิง
ริเริ่มโครงการพัฒนาชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
ในช่วงปี พ.ศ.2516-1519 ชาวบ้านโจรกและหมู่บ้านต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องเผชิญกับภัยของสงครามภายในประเทศกัมพูชา ที่เรียกว่า สงครามเขมร 3 ฝ่าย โดยเฉพาะการสู้รบตามแนวชายแดน จนทำให้ประชาชนชาวกัมพูชาและทหารกัมพูชาหลายแสนคนได้อพยพหลบหนีภัยของสงคราม เข้ามาขออาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทย จากสงครามที่ยืดเยื้อทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยหลายพันคนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ไม่สามารถเดินทางไปประกอบอาชีพการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ทำกินของตนเองได้ กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายทหาร ได้อพยพเคลื่อนย้ายคนและทรัพย์สินต่างๆ เช่น วัว กระบือ เพื่อหลบหนีภัยสงครามไปอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ทางราชการจัดให้ชั่วคราวก่อนจนกว่าสงครามจะสงบ
ด้วยเหตุนี้ได้ก่อให้เกิดความทุกข์ยากลำบากต่อชีวิต ที่ต้องใช้ทุนเดิมหรือขายทรัพย์สินตนเองที่มีอยู่บ้าง เช่น วัว ควาย ในการดำรงชีวิตต่อไป จนแทบไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลยเมื่อได้กลับสู่ภูมิลำเนาเดิม
เริ่มโครงการพัฒนาชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
ภายหลังจากที่ชาวบ้านได้อพยพกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2522 แล้ว ชาวบ้านก็เริมฟื้นฟูสร้างที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของตนเองขึ้นมาใหม่ หลังจากที่ได้ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่ามานาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทุน และทุนส่วนใหญ่ก็เป็นทุนที่ได้กู้ยืมจากภายนอกเข้ามาใช้จ่ายแทบทั้งสิ้น จนเกิดภาวะหนี้สินตลอดมา
ต่อมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2524 บ้านโจรกซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายแรกในจำนวน 15 หมู่บ้าน ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาหมู่บ้านชายแดนไทย จ.สุรินทร์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศแคนาดาโดยผ่าน (CUSO) ประจำประเทศไทย โครงการดังกล่าวได้ส่งเจ้าหน้าที่ภาคสนามเข้าไปเป็นแกนนำพาชาวบ้านศึกษาชุมชนแบบมีส่วนร่วม จากการวิเคราะห์ชุมชนพบว่า ปัญหาแรกคือปัญหาเรื่องหนี้สินที่มาจากการหยิบยืมเงินผู้อื่นมาเป็นทุนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะครอบครัวยากจนเมื่อถึงฤดูทำนา ต้องเช่าควายไถนา ซึ่งต้องเสียค่าเช่าในแต่ละครั้งเป็นจำนวนข้าวเปลือกไม่น้อยกว่า 30-40 ถังต่อควาย 1 ตัว
จากการวิเคราะห์ชุมชนแบบมีส่วนร่วม ชาวบ้านก็มีมติร่วมกันให้โครงการพัฒนาหมู่บ้านชายแดนจ.สุรินทร์ ช่วยให้การสนับสนุนในการจัดตั้งกองทุนธนาคารควายขึ้นมา โดยเริ่มจากครอบครัวยากจน 10 ครอบครัวแรกได้มีควายเลี้ยงเป็นของตนเองก่อนตามระเบียบที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว จากบทเรียนกองทุนธนาคารควายดังกล่าว ถือเป็นการเริ่มต้นจุดประกายในการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชาวบ้านโจรกในเวลาต่อมา และบ้านโจรกได้เจ้าหน้าที่ภาคสนามคนใหม่คือ นายคำนวณ เจริญวงศ์ เข้ามา โดยได้พัฒนากองทุนควายให้เชื่อมต่อกับกองทุนธนาคารข้าวจากคุ้มหนึ่ง ต่อไปคุ้มสอง และคุ้มสาม รวมแล้ว 3 แห่ง รวมทั้งส่งเสริมหมู่บ้านในเครือข่ายการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เป้าหมายมูลนิธิพัฒนาอีสานในพื้นที่ตำบลเดียวกันได้เข้าร่วมขบวนการก่อตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรในตำบลด่าน ขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยความร่วมมือจากสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์
ความเป็นมาและพัฒนาการของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโจรก
ในปี พ.ศ. 2539 บ้านโจรกเป็นพื้นที่เป้าหมายหนึ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยทหาร (กอ.รมน.) ในด้านการพัฒนาความมั่นคง และส่งเสริมการประกวดหมู่บ้านป้องกันชายแดน (ปชด.) และได้มีการส่งเสริมกิจกรรมหลายๆ ด้าน รวมถึงการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ จนเป็นผลทำให้บ้านโจรกได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับภาค พร้อมกับเงินรางวัล 80,000 บาท สำหรับเป็นกองทุนหมุนเวียนของหมู่บ้านในการพัฒนาอาชีพของชุมชน
ทั้งนี้รวมถึงการส่งเสริมและจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นเป็นครั้งแรก มีสมาชิกถึง 112 คน ค่าธรรมเนียมแรกเข้าคนละ 10 บาท ได้จากการลงหุ้นฝากคนละ 100 บาท สรุปแล้วมีกองทุนรวมในการดำเนินการครั้งแรกประมาณ 34,925 บาท ช่วงแรกได้นำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน โดยยังไม่ให้สมาชิกกู้ยืมเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี เป็นเหตุให้เกิดความไม่เข้าใจและไม่ไว้วางใจกันระหว่างคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ กับสมาชิก เป็นเหตุให้เกิดการยกเลิกการดำเนินงานกลุ่ม ต่อมาได้มีการฟื้นฟูกลุ่มกลับขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มจากผู้ที่มีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มออมทรัพย์ฯ จะสามารถเป็นแหล่งเงินทุนของชุมชนได้ มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ และวางเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกัน มีการรับฝากเงินหุ้น และปล่อยกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หลังจากดำเนินงานไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็เริ่มได้รับความไว้วางใจจากผู้นำชุมชนและคณะกรรมการกองทุนต่างๆ มากขึ้น จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2544 ได้มีการปันผลกำไรให้แก่สมาชิกเป็นครั้งแรก ซึ่งสมาชิกให้การพิจารณาเห็นชอบให้ค่าตอบแทนเป็น “สินน้ำใจ” แก่คณะกรรมการฯ ในเวลาต่อมาจนเท่าทุกวันนี้
ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโจรก
ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโจรกได้รับผลสำเร็จ ส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของแกนนำหมู่บ้านและคณะกรรมการกลุ่มที่ทุกคนได้ให้ความสำคัญ มีความตั้งใจและเสียสละ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนบางส่วนนำเงินมาฝากเป็นหุ้นของกลุ่มฯ ทำให้กลุ่มออมทรัพย์ฯ มีกองทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นสำหรับให้สมาชิกกู้ยืม อีกทั้งยังได้รับการไว้วางใจจากสมาชิก และผู้นำชุมชนที่มีส่วนช่วยให้สมาชิกได้เพิ่มหุ้นฝากมากขึ้น ในส่วนของคณะกรรมการได้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารงานจัดการกลุ่มและดำเนินงานภายใต้อุดมการณ์และคุณธรรม 5 ประการ คือ
1. อุดมการณ์ในการดำเนินงาน “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมรับผิดชอบ ร่วมตรวจสอบ”
2. ยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ
1. ความซื่อสัตย์
2. ความเสียสละ
3. ความรับผิดชอบ
4. ความเห็นอกเห็นใจกัน
5. ความไว้วางใจกัน
บ้านโจรก ม.2 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายเขมร ภูมิถิ่นสุรินทร์ นับถือศาสนาพุทธ มีวัดพุทธประจำหมู่บ้าน มีศาลาประชาคม และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน มีโรงเรียนขยายโอกาสสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ที่ตั้งและอาณาเขต
บ้านโจรกตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอกาบเชิงทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร และห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ประมาณ 8 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ ติดบ้านแสงทอง ต.บ้านจารย์ อ.สังขะ
ทิศใต้ ติดบ้านสนวน ม.3 ต.ด่าน อ.กาบเชิง
ทิศตะวันออก ติดบ้านห้วยสิงห์ ต.ตาตุม อ.สังขะ
ทิศตะวันตก ติดบ้านห้วยปาง ม.13 ต.ด่าน อ.กาบเชิง
ริเริ่มโครงการพัฒนาชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
ในช่วงปี พ.ศ.2516-1519 ชาวบ้านโจรกและหมู่บ้านต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องเผชิญกับภัยของสงครามภายในประเทศกัมพูชา ที่เรียกว่า สงครามเขมร 3 ฝ่าย โดยเฉพาะการสู้รบตามแนวชายแดน จนทำให้ประชาชนชาวกัมพูชาและทหารกัมพูชาหลายแสนคนได้อพยพหลบหนีภัยของสงคราม เข้ามาขออาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทย จากสงครามที่ยืดเยื้อทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยหลายพันคนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ไม่สามารถเดินทางไปประกอบอาชีพการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ทำกินของตนเองได้ กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายทหาร ได้อพยพเคลื่อนย้ายคนและทรัพย์สินต่างๆ เช่น วัว กระบือ เพื่อหลบหนีภัยสงครามไปอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ทางราชการจัดให้ชั่วคราวก่อนจนกว่าสงครามจะสงบ
ด้วยเหตุนี้ได้ก่อให้เกิดความทุกข์ยากลำบากต่อชีวิต ที่ต้องใช้ทุนเดิมหรือขายทรัพย์สินตนเองที่มีอยู่บ้าง เช่น วัว ควาย ในการดำรงชีวิตต่อไป จนแทบไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลยเมื่อได้กลับสู่ภูมิลำเนาเดิม
เริ่มโครงการพัฒนาชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
ภายหลังจากที่ชาวบ้านได้อพยพกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2522 แล้ว ชาวบ้านก็เริมฟื้นฟูสร้างที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของตนเองขึ้นมาใหม่ หลังจากที่ได้ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่ามานาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทุน และทุนส่วนใหญ่ก็เป็นทุนที่ได้กู้ยืมจากภายนอกเข้ามาใช้จ่ายแทบทั้งสิ้น จนเกิดภาวะหนี้สินตลอดมา
ต่อมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2524 บ้านโจรกซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายแรกในจำนวน 15 หมู่บ้าน ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาหมู่บ้านชายแดนไทย จ.สุรินทร์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศแคนาดาโดยผ่าน (CUSO) ประจำประเทศไทย โครงการดังกล่าวได้ส่งเจ้าหน้าที่ภาคสนามเข้าไปเป็นแกนนำพาชาวบ้านศึกษาชุมชนแบบมีส่วนร่วม จากการวิเคราะห์ชุมชนพบว่า ปัญหาแรกคือปัญหาเรื่องหนี้สินที่มาจากการหยิบยืมเงินผู้อื่นมาเป็นทุนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะครอบครัวยากจนเมื่อถึงฤดูทำนา ต้องเช่าควายไถนา ซึ่งต้องเสียค่าเช่าในแต่ละครั้งเป็นจำนวนข้าวเปลือกไม่น้อยกว่า 30-40 ถังต่อควาย 1 ตัว
จากการวิเคราะห์ชุมชนแบบมีส่วนร่วม ชาวบ้านก็มีมติร่วมกันให้โครงการพัฒนาหมู่บ้านชายแดนจ.สุรินทร์ ช่วยให้การสนับสนุนในการจัดตั้งกองทุนธนาคารควายขึ้นมา โดยเริ่มจากครอบครัวยากจน 10 ครอบครัวแรกได้มีควายเลี้ยงเป็นของตนเองก่อนตามระเบียบที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว จากบทเรียนกองทุนธนาคารควายดังกล่าว ถือเป็นการเริ่มต้นจุดประกายในการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชาวบ้านโจรกในเวลาต่อมา และบ้านโจรกได้เจ้าหน้าที่ภาคสนามคนใหม่คือ นายคำนวณ เจริญวงศ์ เข้ามา โดยได้พัฒนากองทุนควายให้เชื่อมต่อกับกองทุนธนาคารข้าวจากคุ้มหนึ่ง ต่อไปคุ้มสอง และคุ้มสาม รวมแล้ว 3 แห่ง รวมทั้งส่งเสริมหมู่บ้านในเครือข่ายการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เป้าหมายมูลนิธิพัฒนาอีสานในพื้นที่ตำบลเดียวกันได้เข้าร่วมขบวนการก่อตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรในตำบลด่าน ขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยความร่วมมือจากสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์
ความเป็นมาและพัฒนาการของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโจรก
ในปี พ.ศ. 2539 บ้านโจรกเป็นพื้นที่เป้าหมายหนึ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยทหาร (กอ.รมน.) ในด้านการพัฒนาความมั่นคง และส่งเสริมการประกวดหมู่บ้านป้องกันชายแดน (ปชด.) และได้มีการส่งเสริมกิจกรรมหลายๆ ด้าน รวมถึงการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ จนเป็นผลทำให้บ้านโจรกได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับภาค พร้อมกับเงินรางวัล 80,000 บาท สำหรับเป็นกองทุนหมุนเวียนของหมู่บ้านในการพัฒนาอาชีพของชุมชน
ทั้งนี้รวมถึงการส่งเสริมและจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นเป็นครั้งแรก มีสมาชิกถึง 112 คน ค่าธรรมเนียมแรกเข้าคนละ 10 บาท ได้จากการลงหุ้นฝากคนละ 100 บาท สรุปแล้วมีกองทุนรวมในการดำเนินการครั้งแรกประมาณ 34,925 บาท ช่วงแรกได้นำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน โดยยังไม่ให้สมาชิกกู้ยืมเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี เป็นเหตุให้เกิดความไม่เข้าใจและไม่ไว้วางใจกันระหว่างคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ กับสมาชิก เป็นเหตุให้เกิดการยกเลิกการดำเนินงานกลุ่ม ต่อมาได้มีการฟื้นฟูกลุ่มกลับขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มจากผู้ที่มีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มออมทรัพย์ฯ จะสามารถเป็นแหล่งเงินทุนของชุมชนได้ มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ และวางเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกัน มีการรับฝากเงินหุ้น และปล่อยกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หลังจากดำเนินงานไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็เริ่มได้รับความไว้วางใจจากผู้นำชุมชนและคณะกรรมการกองทุนต่างๆ มากขึ้น จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2544 ได้มีการปันผลกำไรให้แก่สมาชิกเป็นครั้งแรก ซึ่งสมาชิกให้การพิจารณาเห็นชอบให้ค่าตอบแทนเป็น “สินน้ำใจ” แก่คณะกรรมการฯ ในเวลาต่อมาจนเท่าทุกวันนี้
ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโจรก
ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโจรกได้รับผลสำเร็จ ส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของแกนนำหมู่บ้านและคณะกรรมการกลุ่มที่ทุกคนได้ให้ความสำคัญ มีความตั้งใจและเสียสละ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนบางส่วนนำเงินมาฝากเป็นหุ้นของกลุ่มฯ ทำให้กลุ่มออมทรัพย์ฯ มีกองทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นสำหรับให้สมาชิกกู้ยืม อีกทั้งยังได้รับการไว้วางใจจากสมาชิก และผู้นำชุมชนที่มีส่วนช่วยให้สมาชิกได้เพิ่มหุ้นฝากมากขึ้น ในส่วนของคณะกรรมการได้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารงานจัดการกลุ่มและดำเนินงานภายใต้อุดมการณ์และคุณธรรม 5 ประการ คือ
1. อุดมการณ์ในการดำเนินงาน “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมรับผิดชอบ ร่วมตรวจสอบ”
2. ยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ
1. ความซื่อสัตย์
2. ความเสียสละ
3. ความรับผิดชอบ
4. ความเห็นอกเห็นใจกัน
5. ความไว้วางใจกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)